นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัวที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งออกมาอ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดเริ่มมีความกังวลอย่างหนักว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือสภาวะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับเฟดในการดำเนินนโยบายการเงิน

                สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำภายใต้ภาวะ Stagflation ซึ่งจะปรากฏลักษณะความผันผวนที่รุนแรง เนื่องจากได้รับแรงผลักดันจากสองทิศทาง โดยด้านหนึ่งความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่งหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงอาจกลายเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำได้

                "ในระยะสั้นราคาทองคำจะแกว่งตัวตามกระแสข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอาทิ เงินเฟ้อ, ค่าแรง, ราคาน้ำมัน, ตัวเลขการจ้างงาน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดที่จะส่งสัญญาณถึงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต ส่งผลให้คาดการณ์ในช่วงแรกของสภาวะ Stagflation ทองคำมักได้รับอานิสงส์จากความกังวลของตลาด แต่ทิศทางถัดไปจะขึ้นอยู่กับนโยบายดอกเบี้ยของเฟด และหากความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและสงครามยังเป็นประเด็นหลักที่เด่นชัด ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่หากตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับดอกเบี้ยที่ยังสูง ทำให้การปรับขึ้นของทองอาจชะลอได้ ถึงแม้ว่าภาพรวมใหญ่ยังไม่เปลี่ยน"

                ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์หลายสถาบันประเมินว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน จากความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ ให้ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ของเฟด ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดยอัตราการว่างงานล่าสุดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.4% ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในกรอบ 3.50-3.75% และจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เฟดต้องประเมินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากการตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจอาจกระตุ้นให้เงินเฟ้อสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนได้ออกมาเตือนว่า หากสงครามยืดเยื้อและราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เฟดอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน

ภาพประกอบข่าว GCAP GOLD แนะกลยุทธ์ลงทุนทองคำ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ทางฝ่ายวิเคราะห์มองภาพราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในช่วงพักฐาน และลักษณะการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นช่วงที่ตลาดกำลังสะสมแรงซื้อแรงขายก่อนเลือกทิศทางรอบใหม่ จึงแนะนำกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" โดยจับตาระดับ 5,000 เหรียญ หากย่อแล้วหลุดมีโอกาสปรับตัวลงไปที่โซนแนวรับ 4,925-4,885 เหรียญ ซึ่งคาดว่าจะเป็นโซนที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาสนับสนุนราคาทองให้ทรงตัวได้ และหากราคาสามารถยืนเหนือฐานระดับดังกล่าว ทำให้จะมีโอกาสดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 5,200 เหรียญอีกครั้ง และหากผ่านไปได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่โซน 5,350-5,400 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำแท่งภายในประเทศไทย แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมได้ในช่วงราคา 75,800-75,000 บาท และพิจารณาแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปแตะบริเวณ 78,500 และ 80,000 บาท

******************************