นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) เปิดเผยว่า ราคาทองคำปรับลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,100 เหรียญ หลังหลุดแนวรับเดิมที่ 4,200 เหรียญ ทำให้ภาพระยะสั้นยังมีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวต่อ โดยปัจจัยกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงช้ากว่าที่ตลาดคาด และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง เมื่อ Bond Yield และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ราคาทองคำจึงได้รับแรงกดดันตามไปด้วย

ทั้งนี้ ประเมินว่า ระยะสั้นควรจับตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำบริเวณ 4,100 เหรียญ หรือทองคำไทยประมาณ 65,000 บาท ซึ่งเป็นระดับสำคัญหลังราคาปรับตัวลงแรง โดยแนะนำให้รอราคาเริ่มสร้างฐานและมีสัญญาณแรงซื้อกลับ ก่อนพิจารณาเข้าลงทุน หากราคาฟื้นตัว มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,200-4,225 เหรียญ ทองคำไทยประมาณ 66,500-66,800 บาท แต่หากราคาปรับลงต่ำกว่า 4,100 เหรียญ ควรรอประเมินแนวรับถัดไปบริเวณ 4,065 เหรียญ หรือทองคำไทยประมาณ 64,700 บาท
สำหรับ 3 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาน้ำมันและสถานการณ์ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทิศทาง Bond Yield และเงินดอลลาร์ ซึ่งมีผลต่อแรงกดดันในตลาดทองคำ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อ PCE และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ตลาดประเมินได้ชัดขึ้นว่า เฟดมีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยอย่างไรในการประชุม 2ครั้งที่เหลือของปีนี้
"แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทำให้นักลงทุนต้องการถือทองคำ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน แต่ในระยะนี้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกลับเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และหนุนให้ Bond Yield ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำ จึงควรติดตามทั้งสถานการณ์สหรัฐฯ อิหร่าน และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมรอให้ราคาสร้างฐานและมีแรงซื้อกลับก่อนพิจารณาเข้าลงทุน"
********************************
เสียงสะท้อนของการลงทุน INVESTMENT JOURNAL



