นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์และโรงแรม ธุรกิจสุขภาพและการแพทย์ และธุรกิจพลังงาน โดยให้น้ำหนักหลักกับ 2 กลุ่มแรก พร้อมปรับพอร์ตจากเดิมที่เน้นพัฒนาโครงการบ้าน ไปสู่การสร้างรายได้จากธุรกิจโรงแรมมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มีศักยภาพ สร้างกำไรในระยะยาว
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทยังคงพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิดโครงการใหม่ “Nova Westgate” ในย่านเวสต์เกต มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2/69 พร้อมกลยุทธ์ “หมุนเร็ว” เพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดภาระดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน เตรียมขายที่ดินแปลงใหญ่ที่ไม่ใช่ Core Asset เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ และเสริมสภาพคล่อง
ขณะที่ธุรกิจโรงแรม จะเป็นหัวใจหลักในการเติบโตในระยะถัดไป โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่เขาใหญ่ มีแลนด์แบงก์กว่า 400-500 ไร่ ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมดำเนินการแล้ว 2 แห่ง และยังมีศักยภาพพัฒนาเพิ่มอีกจำนวนมาก โดยบริษัทมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพโรงแรมในช่วง 1-2 ปีนี้ ก่อนต่อยอดด้วยการพัฒนาโรงแรมใหม่ และมีแผนยกระดับแบรนด์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนลงทุนต่อยอดธุรกิจโรงแรมอย่างจริงจัง โดยเตรียมศึกษาการพัฒนาโรงแรมใหม่เพิ่มเติมในพื้นที่เขาใหญ่ พร้อมยกระดับมาตรฐานโรงแรมเดิมสู่ระดับ 4-5 ดาว และวางแผนนำเชนโรงแรมใหม่เข้ามาบริหารในอนาคต เพื่อเพิ่มศักยภาพรายได้และสร้าง Value บนแลนด์แบงก์ที่มีอยู่จำนวนมาก ซึ่งมองว่าเป็นสินทรัพย์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว
ส่วนธุรกิจสุขภาพ บริษัทเร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลพระราม 2 และต่อยอดสู่ธุรกิจ Wellness และ Longevity โดยมีการดึงผู้บริหารที่มีประสบการณ์จากโรงพยาบาลชั้นนำเข้ามาบริหาร พร้อมตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยมองว่า เทรนด์สุขภาพยังเติบโตต่อเนื่อง และสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ เพื่อสร้าง Ecosystem ด้านคุณภาพชีวิตแบบครบวงจร
“การเทิร์นอะราวด์ในปี 2569 จะเน้นการปรับโครงสร้างทางการเงินเป็นหลัก โดยบริษัทตั้งเป้าลดหนี้ ผ่านการขายสินทรัพย์และรีไฟแนนซ์หนี้ เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน พร้อมปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมมากขึ้น ส่งผลให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยคาดว่าปีนี้จะเห็นการพลิกฟื้น และมีโอกาสกลับมามีกำไรได้ตามแผน”
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการบริหารสภาพคล่องคือการออกหุ้นกู้ โดยบริษัทได้ออกหุ้นกู้จำนวน 3 ชุด ให้ดอกเบี้ย 7.3% ต่อปี อายุหุ้นกู้ราว 1.5 ปี พร้อมมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสูงกว่ามูลหนี้ประมาณ 1.5 เท่า และที่ผ่านมาบริษัทไม่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้ (default) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการปรับโครงสร้างหนี้ จากเดิมที่มีต้นทุนดอกเบี้ยสูงให้ลดลงและยืดระยะเวลาให้เหมาะสม เพื่อเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุนและสนับสนุนแผนฟื้นตัวในระยะยาว
“นักลงทุนจะเริ่มเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของ STELLA ชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ทั้งในมิติของโครงสร้างหนี้ที่ดีขึ้น ธุรกิจที่มีทิศทางชัดเจน และการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ โดยยืนยันว่ าบริษัทสามารถเทิร์นอะราวด์ได้แน่นอน แม้ความเร็วจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการเงิน แต่ทิศทางการฟื้นตัวถือว่าชัดเจนแล้วในปัจจุบัน”
***********************************



