ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เปิดเผยว่า SMO ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั่วประเทศที่ให้ความสนใจจองซื้อหุ้น IPO ของ SMO หมดทั้งจำนวนที่เสนอขาย 231.60 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ กลุ่มครอบครัวผู้ถือหุ้นหลัก 3 ครอบครัว ประกอบด้วย ครอบครัวพวงมาลา กลุ่มครอบครัวพิริเยศยางกูร และกลุ่มครอบครัวลัม ได้ร่วมแสดงความมั่นใจในศักยภาพของบริษัทด้วยการ Lock Up ทั้งหมด ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยก็ร่วมถือยาว ยกเว้นเพียง 3% เท่านั้น ตอกย้ำความมั่นใจในเสถียรภาพของโครงสร้างผู้ถือหุ้นและทิศทางการเติบโตระยะยาว นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ซึ่งรวมถึงผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ยังอยู่ภายใต้เกณฑ์การห้ามขายหุ้น (Silent Period) ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่หุ้นของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างสูงของผู้ถือหุ้นต่อศักยภาพและอนาคตของบริษัท

ด้าน นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า SMO มีความพร้อมที่จะเข้าซื้อขายวันแรก หรือ First Trading Day ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ในหมวดเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร/ธุรกิจการเกษตร โดย SMO ถือเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานธุรกิจมั่นคง แข็งแกร่ง ความเชี่ยวชาญในด้านโรงงานสกลัดน้ำมันปาล์มดิบ และด้วยจุดเด่นการเป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูง (Growth Stock) โดยจะเห็นได้จากผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการดำเนินงาน การบริหารจัดการ และโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แสดงถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงของผู้บริหารและนักลงทุน
สำหรับผลประกอบการของ SMO ในช่วงปี 2565-67 บริษัทมีรายได้รวม 6,870.42 ล้านบาท 5,894.14 ล้านบาท และ 6,261.09 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 129.52 ล้านบาท 218.78 ล้านบาท และ 259.62 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 1.89 ร้อยละ 3.71 และร้อยละ 4.14 ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 4,965.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.58 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 518.51 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 10.55 โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 305 จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน SMO เปิดเผยว่า บริษัทมีความยินดีที่ SMO ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนที่จองซื้อหุ้น IPO ครบทั้งจำนวน 231.60 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หรือพาร์หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นร้อยละ 25.17 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ซึ่งจากการกำหนดราคาเสนอขายที่หุ้นละ 5.40 บาท ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม โดยคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 7.6 เท่า โดยบริษัทมีกำไรต่อหุ้นในรอบ 12 เดือนล่าสุด (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568) ซึ่งเท่ากับ 650.32 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 920,000,000 หุ้น จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 0.71 บาทต่อหุ้น (Fully Diluted) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ที่มีอัตรา P/E Ratio เฉลี่ยอยู่ที่ราว 9.8 เท่า สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตและความน่าสนใจของหุ้น SMO ในเชิงมูลค่า ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานธุรกิจ และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นหนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรม มีศักยภาพสูงในการเติบโตในอนาคต

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เปิดเผยว่า การระดมทุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทื้งนี้ บริษัทมีแผนใช้เงินเพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ โดยมุ่งเน้นการขยายโรงงานผลิตไปยังพื้นที่อื่นเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม รวมทั้งลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างธุรกิจโดยรวม เพื่อลงทุนในโครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม การชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างมีเสถียรภาพ
“การตอบรับที่ดีจากนักลงทุนครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจของ SMO ที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ผมขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่าน รวมถึงที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการการจัดจำหน่าย และผู้ร่วมจัดจำหน่ายทุกฝ่าย ที่ร่วมกันผลักดันให้การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม บริษัทฯ มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่องในอนาคต” นายกิตติพงษ์ กล่าว
****************************



