นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/69 มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือ 13% เทียบกับไตรมาส 4/68 และมีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 174.1 ล้านบา
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น มาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไร (Margin) เติบโตดีขึ้น รวมทั้งการนำเทคโนโลยี PGTSeqA ของ JUNO Genetic จากประเทศสหรัฐฯ มาใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนเป็นที่แรกในประเทศไทย และ Exclusive เฉพาะบริษัทเท่านั้น โดยเป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูงกว่า PGT-A แบบเดิม ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ พร้อมลดอัตราการแท้ง สะท้อนประสิทธิภาพในการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นโมเดลการสร้างพันธมิตร (Partner) กับโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลภาครัฐ ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ยังขาดความพร้อมด้านการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะเข้าไปเพิ่มเติมเต็มศักยภาพการให้บริการ รวมถึงเตรียมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมแห่งใหม่ๆ ให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทยังออกแคมเปญจัดโปรโมชันอย่างต่อเนื่องสำหรับคู่รักที่ต้องการวางแผนมีบุตรในอนาคต พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จให้ได้มากที่สุด และในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% เทียบปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางก็มีแนวโน้มมาใช้บริการในไทยมากขึ้น จากสถานการณ์ความไม่สงบของตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ รวมทั้งมีความมั่นใจในคุณภาพและการให้บริการในระดับพรีเมียม ที่ตอบโจทย์ความต้องการมาตรฐานการรักษาขั้นสูงสุด
*******************************



