นายสุทธินนท์ มั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชี (CFO) บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยว่า บริษัทได้ชำระคืนหุ้นกู้มีประกัน รุ่น SASST267A ครบถ้วนเต็มจำนวน 392.60 ล้านบาท ตามกำหนดไถ่ถอนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ตลอดจนการรักษาวินัยทางการเงินและความรับผิดชอบต่อผู้ลงทุน แม้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
“บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบวินัยทางการเงิน บริหารจัดการกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน การชำระคืนหุ้นกู้ครบถ้วนตามกำหนดในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบของบริษัทฯ ที่มีต่อผู้ลงทุน”
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างกระแสเงินสดและการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะมุ่งเร่งการขายโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเข้าอยู่อาศัย ควบคู่กับการทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้จากโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายศักยภาพของธุรกิจ Hospitality ซึ่งครอบคลุมธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และ Wellness เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำและสร้างความสมดุลให้กับโครงสร้างรายได้ในระยะยาว โดยเตรียมจัดกิจกรรมทางการตลาดและแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าพักของโรงแรม กระตุ้นการใช้บริการร้านอาหารและบริการด้านสุขภาพ ตลอดจนขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายบริการ Solar Solution แบบครบวงจรผ่านบริษัทในเครือ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้พลังงานสะอาดของทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยนำนวัตกรรมแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูงและระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะมาใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาด
พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการอยู่อาศัย การประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย ตลอดจนการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่รองรับการดำเนินชีวิตของผู้อยู่อาศัยทุกช่วงวัย ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ลูกค้า นักลงทุน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
“เชื่อมั่นว่า การดำเนินธุรกิจอย่างมีวินัย ควบคู่กับการสร้างรายได้จากธุรกิจที่หลากหลาย และการพัฒนาสินค้าและบริการภายใต้แนวคิดความยั่งยืน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความมั่นคงให้แก่องค์กร และสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้”
********************************



