นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีบริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โดยวัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การพัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากร (Academy & Talent Pool Program) การลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน (Working Capital) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและรองรับการเติบโตในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรองค์กรแบบครบวงจร โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการจาก Microsoft Corporation (Microsoft) ในการให้บริการโซลูชันบนแพลตฟอร์ม Microsoft Dynamics 365 และได้รับการยอมรับในฐานะพันธมิตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist Partner) ในสาขา Finance และ Supply Chain อีกทั้งยังได้รับรางวัลจาก Microsoft อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการให้บริการในระดับสากล
“จากรากฐานด้าน ERP บริษัทได้ต่อยอดสู่การพัฒนาโซลูชันแบบครบวงจร แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Business Solutions โซลูชันด้านการบริหารจัดการองค์กร เช่น Microsoft Dynamics 365 และ Copilot รวมทั้ง Digital Workplace Solutions เครื่องมือสนับสนุนการทำงานในยุคดิจิทัล และ IoT Solutions โซลูชันเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิตแบบ Real-time ร่วมกับพันธมิตร เช่น Rockwell, Advantech และ PTC อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นเอง เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้า และขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืน”
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566-68) บริษัทมีรายได้รวม 229.74 ล้านบาท 240.78 ล้านบาท และ 301.44 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 25.2% ขณะที่กำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 34.49 ล้านบาท 42.71 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตเฉลี่ยในระดับ 20-25% ต่อปี โดยในปี 2568 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น 45.61% และมีอัตรากำไรสุทธิ 17.24% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและรักษา Margin ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้มีการขยายธุรกิจและลงทุนเพิ่ม
ด้านโครงสร้างทางการเงิน บริษัทมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA (IBD/EBITDA) เพียง 0.25 เท่า แสดงถึงระดับ Leverage ที่ต่ำและความแข็งแกร่งทางการเงิน นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการขาย License และบริการบำรุงรักษาระบบ (MA) คิดเป็นประมาณ 56% ของรายได้รวมในปี 2568 ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงของกระแสรายได้ในระยะยาว โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานให้บริการติดตั้งและพัฒนาระบบ ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นางสาวจิรยง อนุมานราชธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ของ QUICK เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 32,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 31.37% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทในครั้งนี้ โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท พร้อมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry) เทคโนโลยี หมวดธุรกิจ (Sector) เทคโนโลยี ภายในปี 2569
“QUICK ดำเนินธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation Provider) ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักด้านระบบ ERP ที่ตอบโจทย์องค์กรทุกขนาด ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกว่า 20 ปี บริษัทมุ่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของลูกค้า ดังนั้น ปรัชญาดังกล่าวสะท้อนผ่านชื่อ “QUICK” ที่สื่อถึงความสำคัญของเวลา ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจ”
*******************************



