นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/68 บริษัทมีการเติบโตที่โดดเด่น โดยมีรายได้ 2,322.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 595.5 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมของงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 6,608.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,847.6 ล้านบาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจ FSU และการลงทุนขยายกองเรือในธุรกิจ OSV อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ปลายปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการจากอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเลที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/68 เติบโตขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/68 และไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
“แม้ว่าในระหว่างไตรมาสนี้จะมีผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย กัมพูชา แต่บริษัทได้มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยได้ปรับแผนการขนส่ง และทำการตลาดเชิงรุกขยายการให้บริการขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและปิโตรเคมีเหลวในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อทดแทนปริมาณการขนส่งไปยังประเทศกัมพูชาที่ลดลง”
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า แต่บริษัทยังคงสร้างผลกำไรสุทธิถึง 1,847.6 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นจากระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและการให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจ FSU ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/68 พร้อมกับอัตราค่าบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดที่สูงขึ้นมากกว่าจำนวนเรือ FSU ที่มีให้บริการในท้องตลาดในปัจจุบัน ส่งผลให้ธุรกิจ FSU ของบริษัทมีกำไรขั้นต้น 445.2 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาส 3/67 ถึง 12.4% ประกอบกับกลุ่มธุรกิจ OSV ที่รายได้ 9 เดือน เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 42.3% เป็นผลสำเร็จจากการขยายการให้บริการเรือ FSO ในอ่าวไทยและกองเรือ Crew Boat ทั้งในประเทศและตะวันออกกลางอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และมั่นใจว่าธุรกิจ OSV จะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่องภายใต้อายุสัญญาระยะยาว
“จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและแนวโน้มที่เป็นบวกชัดเจนในไตรมาส 3 นี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นและให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าหาโอกาสในการเติบโตและรักษาการบริหารจัดการกองเรืออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม พร้อมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนเพื่อผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียต่อไป”
*****************************



