นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,362 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54.77% และมีกำไรสุทธิ 226 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 140 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 61.42%
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 มีรายได้รวม 698 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 545 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28.07% และมีกำไรสุทธิ 91.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22.05%

“ORN ทำสถิติสูงสุดใหม่ของรายได้และกำไรสุทธิเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการปิดการขายได้เร็วและรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ก่อนกำหนดที่วางไว้ โดยแบ่งสัดส่วนเป็นโครงการแนวสูง ได้แก่ โครงการ อะไรซ์-เจริญเมือง, ดิ แอสตร้า สกายริเวอร์, เดอะเน็ก เจ็ดยอด 3 และ โครงการแนวราบ ได้แก่ โครงการ ฮาบิแทท รวมโชค, บีลีฟ วงแหวน-สันกำแพง”
นอกจากนี้ ในไตรมาส 4/68 บริษัทสามารถสร้างยอดขายสุทธิได้สูงถึง 3,633 ล้านบาท จากโครงการ อะไรซ์ ไวบ์, อะไรซ์ ฮิลล์, บีลีฟ วงแหวน-สันกำแพง, เดอะเน็ก เจ็ดยอด 3, ฮาบิแทท รวมโชค และ ดิ แอสตร้า อินฟินิท ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการที่บริษัทมุ่งพัฒนาโครงการทั้งแนวราบและแนวสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า Real Demand ชาวไทยและชาวต่างชาติ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ตได้อย่างครอบคลุม รวมถึงปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีต้นทุนในการขายปรับตัวสูงขึ้น จากการจัดกิจกรรมการตลาดเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและเร่งการโอนกรรมสิทธิ์ อีกทั้งมีโครงการที่อยู่ระหว่างขายเพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับ 40% ได้อย่างต่อเนื่อง มีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง ภาระดอกเบี้ยต่ำ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) อยู่ที่ 0.63 เท่า และมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 332 ล้านบาท ซึ่งมีความพร้อมในการนำไปต่อยอดการเติบโต และขยายโครงการใหม่ในอนาคต
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพสู่ลูกค้า และเดินหน้าธุรกิจย่อย โรงเรียนนานาชาติ คอมมูนิตี้มอลล์ ทรัพย์มือสอง สร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว
จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.02 บาท รวมเป็นปันผลจ่ายทั้งสิ้นไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ที่ 13.27% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามกฎหมาย โดยกำไรและกระแสเงินสดส่วนที่เหลือใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายโครงการใหม่และพัฒนาโครงการเดิม อีกทั้งลงทุนในธุรกิจของบริษัทย่อยเพื่อสร้างรายได้ประจำ โดยมติดังกล่าวเตรียมนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 วันที่ 24 เมษายนนี้
*********************************



