นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.80% รายได้รวม 7,937 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.59% กำไรสุทธิ 1,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.03% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน และสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ไว้ที่ 2.57% สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน
สำหรับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 3.35 เท่า มีทิศทางที่ดีขึ้น และอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage ratio) อยู่ที่ 143.86% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
“บริษัทยังคงมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้ให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance) โดยเน้นจุดแข็งด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ สร้างความเท่าเทียมทางการเงินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินตามเป้าหมายสหประชาชาติ ผ่านเครือข่ายกว่า 8,754 สาขาทั่วประเทศ ณ สิ้นไตรมาส 1/69 ควบคู่กับนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มที่ยังคงพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่โปร่งใส เข้าถึงง่าย และเป็นธรรม สนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน”
ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ โดยมีแนวทางส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มลูกค้าต่างๆ มากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนด้านการตลาดและการคัดเลือกลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา MTC ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ โปร่งใส และธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 รวมถึงผลการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Rating) ระดับ AA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการจัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นขององค์กรในระดับสากล โดยล่าสุดคว้ารางวัลระดับภูมิภาค Best Social Bond Thailand จากเวที The Asset Triple A Awards for Sustainable Finance 2026 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร The Asset สื่อการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย
นอกจากนี้ บริษัทยังร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว อีกทั้งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและขยายธุรกิจของผู้ประกอบการสตรีในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย สะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)
***********************************



