นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ 1/69 บริษัทสามารถเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวขึ้นมา 5% จากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 75% นับว่าเป็นอัตราสูงสุดในรอบปี จากความพยายามคุมต้นทุนตั้งแต่ต้นน้ำขณะที่มีรายได้รวม 176 ล้านบาท หากไม่นับรวมการปรับตัวของมูลค่าเงินลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในเดือนมีนาคม และค่าใช้จ่าย one-time ในการวิจัยพัฒนาโปรตีนส่วนประกอบน้ำยาเลี้ยงเซลล์ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัทมีกำไรสุทธิ 61.30 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35% ซึ่งนับเป็นอัตรากำไรสุทธิสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา

                "สาเหตุที่บริษัทสามารถเพิ่มขีดความสามารถ มาจากความใส่ใจในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเริ่มต้นรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ในทุกๆ ประเภทการให้บริการตั้งแต่ต้นปี 2569 และการที่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย และความพยายามคุมต้นทุนตั้งแต่ต้นน้ำได้เป็นอย่างดี รวมถึงการที่บริษัทปรับตัวหันมาใช้พลังงานทดแทนอย่างโซลาร์เซลล์ ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น"

                ขณะเดียวกัน บริษัทยังมุ่งเน้นในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถรับรู้รายได้ค่าที่ปรึกษาจากประเทศมองโกเลียในไตรมาสที่ 1 และเตรียมที่จะรับรู้รายได้จากประเทศฟิลิปปินส์เพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ในขณะที่แผนในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทเตรียมที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในปี 2570 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2571 ประเทศมาเลเซียในปี 2572 และประเทศซาอุดิอาระเบียในปี 2573

                ส่วนความคืบหน้าทางด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม "การแพทย์ขั้นสูง" หรือ ATMPS บริษัทเตรียมรับมาตรฐานธนาคารเซลล์เป็นที่แรกในประเทศไทย โดยได้มาตรฐาน GMP-PIC/S ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งจะเริ่มรวบรวมอาสาสมัครเพื่อทำวิจัยได้ในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ MEDEZE ในการยกระดับศักยภาพและเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมชีวการแพทย์อย่างครบวงจร

***********************************