นายกรพัส อัจฉริยมานีกูล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC เปิดเผยว่า เทรนด์การฝากไข่ หรือการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในหลากหลายประเทศ ทั้งยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงประเทศไทย เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ในปัจจุบันเปลี่ยนไป และอยากมีลูกเมื่อพร้อม ดังนั้น ทำให้อัตราของผู้หญิงยุคปัจจุบันหันมาทำ Egg Freezing มากขึ้น เพราะมีแนวคิดที่ว่า Egg Freezing เปรียบเสมือนการซื้อเวลาให้ตัวเอง และอยากให้มองว่า ไข่คือทรัพย์สินอย่างหนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่
ทั้งนี้ เนื่องจากการเก็บรักษาเซลล์ไข่ไว้ใช้ เป็นการเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในเวลาที่พร้อม และเป็นทางเลือกที่ดีของผู้หญิงโสดที่ต้องการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองในกรณีที่ยังไม่ได้แต่งงาน หรือมีความต้องการวางแผนอยากมีลูกหลังอายุ 35 ปี จึงทำให้เลือกใช้การฝากไข่ไว้ในช่วงที่ร่างกายยังสามารถผลิตไข่ได้จำนวนมากและมีคุณภาพดี ทำให้การฝากไข่จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงยุคใหม่
“ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันการฝากไข่แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนทำงานที่อยู่ในช่วงสร้างตัวและยังไม่ต้องการจะมีบุตร และกลุ่ม LGBTQ ซึ่งในอนาคตกลุ่มนี้จะเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่ม LGBTQ จะสามารถฝากไข่หรือฝากสเปิร์ม (Sperm) ได้ก่อนจะไปผ่าตัดแปลงเพศ”
สำหรับ GFC มีศูนย์ธนาคารไข่ (Egg Bank) ที่ให้บริการฝากไข่ (Egg Freezing) สำหรับผู้หญิงที่ต้องการวางแผนอนาคตในการมีบุตร หรือต้องการรักษาสภาพเซลล์ไข่ให้ปลอดภัยจากการรักษาอื่นๆ เช่น เคมีบำบัด เป็นต้น โดย Egg Bank ของ GFC เป็นที่แรกในอาเซียน มีความพร้อมทั้งในแง่ของพื้นที่ให้บริการ การบริการ อุปกรณ์ รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้ ตอบโจทย์ผู้เข้ารักษาผู้มีบุตรยากที่ครบทุกมิติ ซึ่ง Egg Bank ของ GFC มีการแยกเป็นสัดส่วนออกมาจากพื้นที่ให้บริการอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยภายในศูนย์บริการฝากไข่ดังกล่าว สามารถรองรับการเก็บไข่ของผู้ที่เข้าใช้บริการได้มากถึง 4,500 คน ซึ่งปัจจุบันใช้พื้นที่ไปเพียงไม่ถึง 5% ของพื้นที่ทั้งหมด
นอกจากนี้ ศูนย์ธนาคารไข่ หรือ Egg Bank ยังมีเทคโนโลยีที่จะคอยดูแลไข่ที่ฝากไว้เป็นอย่างดี ทั้งระบบอัคคีภัยอัตโนมัติ สามารถทำงานได้ภายใน 3 วินาทีหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ขณะเดียวกัน ยังมีระบบ Asset Control คือระบบการจัดการเพื่อควบคุมการเข้าถึงสินทรัพย์ ทรัพยากรต่างๆ ขององค์กร 3 ชั้น มีกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชม. และในอนาคต บริษัทมีแผนจะเพิ่มเทคโนโลยีและพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software) เพื่อที่จะให้ผู้ฝากเช็คสถานะ และตำแหน่งของสิ่งที่ฝากไว้ได้ด้วย อีกทั้งด้วยเทคโนโลยีที่บริษัทใช้ในปัจจุบันสามารถรักษาความสมบูรณ์ของไข่หลังละลายเพื่อนำมาใช้ได้ถึง 95-98% จากอดีต 60% เท่านั้น
“ปัจจุบัน GFC มีความพร้อมในโครงสร้างทุกๆ ด้าน และพร้อมรองรับตลาดต่างชาติ โดยล่าสุดมีเอเจนซี่จากต่างประเทศ ที่เข้ามาเป็นตัวแทน หรือตัวกลางที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในกลุ่มผู้มีปัญหามีบุตรยาก เข้ามา Visit GFC ซึ่งทุกรายต่างลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า การให้บริการของ GFC รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อน ประกอบกับความน่าเชื่อถือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้รับมาตรฐานสากลระดับสูง และมีความพร้อมอย่างมากเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่ได้เคยไป Visit มา ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นสัญญาณเชิงบวกในการต่อยอดของ GFC อย่างมาก และคาดว่าในเร็วๆ นี้ จะมีข่าวเชิงบวกต่อบริษัท”
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมภาวะการมีบุตรยากที่ลดลงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสัดส่วนลูกค้าต่างชาติที่ลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงนั้น ทาง GFC ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติไม่มาก
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนและนโยบายในการขยายตลาดต่างชาติ เพื่อกระจายพอร์ตในการให้บริการกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากมองว่า ประเทศไทยเป็น Medical Tourism ที่เป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนสำคัญของการหนุนรายได้เข้าสู่ประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการยกระดับบริการเพื่อครองใจลูกค้าในประเทศ GFC จึงเดินเกมรุกทำตลาด เพื่อดึงดูดลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการใน GFC เพิ่มขึ้นหลังจากนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จและความยั่งยืนในการรักษาและขยายฐานกลุ่มลูกค้าในสภาวะตลาดปัจจุบัน
***********************



