นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า นักลงทุนทั่วโลกยังคงให้ความสนใจ กรณีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยจะเป็นการรายงานการประชุมเฟด ซึ่งจะสะท้อนมุมมองภายในของกรรมการเฟดเพิ่มเติมว่า เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยมากขึ้นเพียงใด ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่า ในปี 2569 จะมีการปรับลดดอกเบี้ยรวมกันถึง 63 bps และมีโอกาสสูงถึง 50% ที่จะเกิดการลดดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ ด้วยมุมมองเชิงบวกดังกล่าว ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 3.40% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา กลายเป็นแรงพยุงสำคัญที่ช่วยประคองราคาทองคำไม่ให้ปรับตัวลงลึก และเอื้อให้การฟื้นตัวเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นอกจากนี้ ประเด็น ไฮไลท์สำคัญที่ตลาดให้น้ำหนักจะอยู่ในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากวันศุกร์นี้ จะมีการประกาศทั้ง GDP และดัชนีเงินเฟ้อ PCE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่สำคัญ โดยหาก GDP ลงมาอยู่ที่ระดับ 2.8% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 4.4% ประกอบกับดัชนี PCE ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลเป็นการตอกย้ำภาพเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอลง และเพิ่มน้ำหนักต่อการลดดอกเบี้ยช่วงกลางปี ซึ่งเป็นบวกต่อทองคำในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม หาก GDP ยังขยายตัวแข็งแกร่ง และ PCE ไม่ได้ลงตามคาด ทำให้ตลาดอาจลดความหวังการผ่อนคลายนโยบาย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อราคาทองคำได้เช่นกัน
“ราคาทองคำสร้างความน่าสนใจอีกครั้ง ด้วยการพลิกกลับมายืนเหนือระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 5,000 เหรียญ โดยได้รับแรงหนุนจากการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมกราคมที่ผ่านมา ชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.4% ซึ่งเป็นสัญญาณว่า แรงกดดันเงินเฟ้อกำลังคลายตัวลงอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนมองว่าเฟดจะมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้มากขึ้น”
ขณะเดียวกัน เรื่องปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรที่ยังคงสร้างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ถึงแม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะส่งสัญญาณว่า คาดหวังจะปิดดีลข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านได้ภายในเดือนหน้า แต่ในทางปฏิบัติยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากมีรายงานการเสริมกำลังกองเรือรบสหรัฐฯ เข้าไปในภูมิภาคเพิ่มเติม ทำให้เกิดการจับตาว่า อาจเป็นทั้งแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์หรือการเตรียมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์ดังกล่าวยังต้องติดตามจนกว่าจะมีข้อตกลงที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ หากยังคงตึงเครียดก็เกิดแรงหนุนในการซื้อทองคำทันที
สำหรับกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์มองราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางที่ทยอยยกฐานสูงขึ้น แต่กรอบการแกว่งเริ่มแคบลง ทำให้มีโอกาสเห็นการเลือกทิศทางที่ชัดขึ้น โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 5,100 เหรียญ ซึ่งหากราคาผ่านโซนนี้ได้ จะเป็นสัญญาณบวกและมีโอกาส ทดสอบระดับ 5,275 เหรียญ แต่หากไม่ผ่าน แนะนำให้ “รอจังหวะย่อ แล้วค่อยสะสม” โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,900 / 4,775 เหรียญ
อย่างไรก็ตาม หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว อาจทำให้ราคาผันผวน ในระยะสั้นในกรณีที่มีปัจจัยลบกดดัน ราคามีโอกาสถอยลงไปสร้างฐานใหม่ บริเวณ 4,525 หรือ 4,400 เหรียญ แต่หากไม่มีข่าวลบที่ชัดเจน ภาพรวมยังคงให้น้ำหนักการแกว่งตัวสร้างฐาน เพื่อรอจังหวะขึ้น ขณะที่ราคาทองคำไทยให้โซนรับสำคัญ 72,500-70,200 บาท และแบ่งขายทำกำไร เพื่อบริหารความเสี่ยง หากไม่สามารถผ่านแนวต้าน 75,000 บาท
********************************



