back to top
วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 30, 2026
Newspaper WordPress Theme
ทิศทองคำGCAP GOLD มองทองมีแนวโน้มผันผวนหนัก

GCAP GOLD มองทองมีแนวโน้มผันผวนหนัก

                นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ระบุว่า ประเมินทิศทางราคาทองคำยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวระยะสั้น และกำลังสร้างฐานเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 เหรียญ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังต้องผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,180 และ 4,250 เหรียญ (ราคาทองคำไทยประมาณ 65,700-66,500 บาท) เพื่อยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น หากสามารถทะลุและยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะเป็นการเปิด Upside รอบใหม่ และเพิ่มโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ขณะที่แนวรับสำคัญยังอยู่บริเวณ 4,000-3,980 (ราคาทองคำไทยประมาณ 63,200–62,800 บาท)

                สำหรับปัจจัยพื้นฐาน ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ พร้อมยืนยันควบคุมการเดินเรืออย่างเข้มงวด ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศรอบใหม่ เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือสินค้าในพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจผลักดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ซึ่งแม้จะหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่งก็อาจทำให้ตลาดกังวลว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาด ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในระยะสั้น

                ขณะเดียวกัน ประเด็นการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ จะเป็นตัวชี้วัดว่า ราคาพลังงานเริ่มส่งผ่านมายังเงินเฟ้อในวงกว้างหรือไม่ โดยหากตัวเลขออกมาสูงกว่าตลาดคาด จะเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำในระยะสั้น แต่หากตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวมากกว่าคาด จะช่วยเพิ่มความหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ทำให้เป็นแรงสนับสนุนให้ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัว

                ส่วนกลยุทธ์การลงทุน GCAP GOLD ยังแนะนำให้นักลงทุนจับตาการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดต่อสภาคองเกรส โดยกำหนดการแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 14 กรกฎาคม และต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาในวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 21.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยตลาดจะจับตาว่า เควิน วอร์ช จะประเมินผลกระทบของราคาน้ำมันต่อเงินเฟ้ออย่างไร รวมถึงเฟดจะให้น้ำหนักกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในระยะสั้น หรือรอประเมินผลกระทบที่จะส่งผ่านไปยังภาคบริการและค่าจ้าง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและทิศทางราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลัง

*********************************

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

Exclusive content

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

More article

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme