back to top
วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2026
Newspaper WordPress Theme
หุ้นมีประเด็นGBS แนะกลยุทธ์ลงทุนใน 5 หุ้นเด่น

GBS แนะกลยุทธ์ลงทุนใน 5 หุ้นเด่น

                นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ว่า มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้น จึงประเมินกรอบดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,550-1,620 จุด

                สำหรับปัจจัยลบภายนอกและภายในที่ต้องระวังในระยะนี้คือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก ดันราคาดิบ Brent พุ่งเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI แตะ 99-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งความผันผวนของราคาน้ำมันดิบส่งผลโดยตรงต่อราคาหน้าปั๊มและต้นทุนภาคการผลิต ซึ่งในประเทศไทยมีการปรับราคาน้ำมันขายปลีกหลายครั้งในเดือนพฤษภาคมรวมกว่า 3 บาทต่อลิตร

                นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงการตอบโต้ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงเป็นตัวเร่งความเสี่ยง รวมถึงเงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ อาจลดดอกเบี้ยช้ากว่าคาด โดยผลสำรวจ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 41.1% ที่เฟด (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 9.1% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการทางการค้าที่สหรัฐฯ (USTR) เสนอเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% จากสินค้าส่งออกไทยทุกประเภท (ยกเว้นกลุ่ม Annex A) หลังวินิจฉัยกรณีแรงงานบังคับ (Forced Labor)

                พร้อมกันนี้ ทางปลัดกระทรวงการคลังได้แสดงความกังวลว่า การจัดเก็บรายได้ในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้จะท้าทายมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์พลังงาน แม้ว่าในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 69 สามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้า และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  (ตลท.) ประกาศเตือนเรื่องการซื้อขายหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาที่มีราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากกระแส AI และ Data Center จนทำให้ค่า P/E และ P/BV พุ่งสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน (เกิดภาวะเก็งกำไรสูง)

                อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยบวกหนุนที่ช่วยพยุงดัชนีฯ โดยสภาพัฒน์รายงาน GDP ไตรมาส 1/69 ขยายตัว 2.8% สูงกว่าที่ตลาดคาด โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตถึง 10.1% และการส่งออกสินค้าที่ขยายตัว 17.8% อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่งผลให้ ธปท. ปรับเพิ่มเป้าหมาย GDP ปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% (จากเดิม 1.5%) ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทรงตัวดี โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

                ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามตลอดเดือนมิถุนายน 2569 ประกอบด้วย วันที่ 8 มิ.ย. ญี่ปุ่นรายงาน GDP Q1/2569 และสหรัฐฯ รายงานคาดการณ์เงินเฟ้อผู้บริโภค, วันที่ 9-10 มิ.ย. จีนและสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดุลการค้าเดือนพ.ค., วันที่ 16-17 มิ.ย. กำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ครั้งที่ 4/2569, วันที่ 19 มิ.ย. การเปิดตัว CLICX (KTB + OR + AIS) ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) รายแรก, วันที่ 24 มิ.ย. การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2569, ช่วงกลางเดือน การประกาศปรับน้ำหนักดัชนี Rebalance SET50 – SET100 และวันที่ 30 มิ.ย. วันปิดงวดบัญชีไตรมาส 2/69

                ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในสภาวะตลาดผันผวน โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและมีผลการดำเนินงานรองรับอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากตัวเลขการส่งออกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ DELTA, HANA, KCE, AAI และ ITC

**************************************

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

Exclusive content

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

More article

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme