back to top
วันศุกร์, มิถุนายน 12, 2026
Newspaper WordPress Theme
หุ้นมีประเด็นGBS แนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น FTSE 

GBS แนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น FTSE 

                นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) ประเมินแนวโน้มดัชนีฯ ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศ หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา ส่งผลให้โครงการลงทุนใหม่ของรัฐบาลต้องชะลอออกไป โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 โครงการ TISA ต้องเลื่อนออกไป ทำให้ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 มีแนวโน้มแผ่ว

                ขณะเดียวกัน ยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย กัมพูชา โดยทาง ส.อ.ท.ระบุการปะทะชายแดนไทยกัมพูชา ส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจและการขายต่อวันลดลงเกือบ 100% และการเจรจาการค้าภาษีสหรัฐฯ ยังต้องรอดูท่าทีสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม จึงคาดการณ์กรอบดัชนีฯ จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,230-1,280 จุด

                สำหรับบรรยากาศการลงทุนในช่วงปลายปี 2568 มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและทิศทางเศรษฐกิจไทย โดยปัจจัยบวกที่โดดเด่น ได้แก่ บอร์ด BOI มีมติอนุมัติการลงทุนใหม่จำนวน 15 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 240,000 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ และการขนถ่ายสินค้าทางเรือ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ภาครัฐมีการสนับสนุนการใช้งานรถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งล่าสุดบอร์ดอีวีเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ MHEV (Mild Hybrid Electric Vehicle) โดยกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตคงที่เป็นเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2575 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการและผลักดันไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

                นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลง 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งนับเป็นการปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความพยายามในการสนับสนุนเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะการเงินโลก

                ด้าน Dot Plot ล่าสุดส่งสัญญาณว่า FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% จำนวน 1 ครั้งในปี 2569 ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่เคยส่งสัญญาณไว้ในการประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมา และยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2569 ขึ้นเป็น 2.3% จากเดิม 1.8% สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้ยังมีแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องติดตามต่อไป

                ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นได้ประโยชน์จากการปรับลดน้ำหนักการลงทุนจากดัชนี FTSE Rebalancing ซึ่งจะมีผลบังคับวันที่ 19 ธันวาคม 2568 โดยหุ้นที่ FTSE SET Large-Cap Index นำเข้าคำนวณ ได้แก่ THAI และนำออกจากการคำนวณ ได้แก่  AWC ด้าน FTSE SET Mid-Cap Index ที่มีการนำเข้าคำนวณ ได้แก่ AWC, SCCC และนำออกจากการคำนวณ ได้แก่ PTL, PSL, PSH, SNNP, STECON และ TQM

****************************

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

Exclusive content

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

More article

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme