back to top
วันศุกร์, มิถุนายน 12, 2026
Newspaper WordPress Theme
หุ้นมีประเด็นGBS ประเมินดัชนีฯ เคลื่อนไหว Sideway Down

GBS ประเมินดัชนีฯ เคลื่อนไหว Sideway Down

                นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) ประเมินแนวโน้มดัชนีฯ ในสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down โดยปัจจัยสำคัญที่ยังสร้างความไม่ชัดเจน ได้แก่ ข้อมูลแรงงานล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนภาวะตลาดแรงงานที่ยังไม่แน่นอน รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในการประชุมเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ โดยคาดว่า ดัชนีฯ จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,220-1,280 จุด

                สำหรับปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี้ โดยแบ่งเป็นปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและทิศทางเศรษฐกิจไทย สำหรับปัจจัยบวกยังคงเป็นการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 119,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 53,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนสิงหาคมการจ้างงานลดลง 4,000 ตำแหน่ง สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ รวมทั้งข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ที่ได้ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 73.3% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 39.1% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อทิศทางการเงินโลก

                ส่วนปัจจัยบวกในประเทศไทย ยังคงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หลังจากนายเอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดฉากทัศน์ Thailand 2026 “ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” โดยประเมินว่า แนวทาง Quick Big Win จะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/68 ช่วยลดความเสี่ยงจากการชะลอตัว และสร้างความเชื่อมั่นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป

                ขณะที่ปัจจัยลบที่น่าจับตา ตัวเลขอัตราการว่างงานเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ 4.3% แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นเกินคาด และการลดความสำคัญต่อความร่วมมือพหุภาคีหลังทำเนียบขาวประกาศว่า สหรัฐฯ จะไม่เข้าร่วมการหารืออย่างเป็นทางการใดๆ ในการประชุมสุดยอด กลุ่ม G20 ที่จะจัดขึ้นในแอฟริกาใต้  นอกจากนี้ IMF ประเมินว่า GDP โลกปี 2568 จะขยายตัวที่ 3.2% และปี 2569 จะชะลอตัวลงเหลือเพียง 3.1% ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 3.7% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ช้ากว่าที่คาดการณ์

                ขณะเดียวกัน ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ กระทรวงพาณิชย์แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, วันที่ 28 พ.ย. ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย, วันที่ 17 ธ.ค. กำหนดประชุมกนง. ครั้งที่ 6/2568 ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 24 พ.ย. สหรัฐฯ รายงานดัชนีการผลิตเดือนพ.ย.จากเฟดสาขาดัลลัส ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนก.ย.และต.ค.จากเฟดสาขาชิคาโก, วันที่ 25 พ.ย. สหรัฐฯ ADP รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.จาก Conference Board, วันที่ 9-10 ธ.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ครั้งที่ 8/6819 พ.ย. สหรัฐฯ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

                ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้น  MSCI Rebalance  ปรับน้ำหนักการลงทุน เพื่อสะท้อนโครงสร้างตลาดและสภาพคล่องของหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 หุ้นเข้าได้แก่  M แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ส่วนหุ้นออก ได้แก่  AAV, CKP, JTS, QH, TPIPP แนะนำ “ระวังแรงขาย” หุ้นที่ถูกปรับออก

***************************

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

Exclusive content

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

More article

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme