ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทงวดไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 82.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.23% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 152.79% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคอเมริกา การปรับกลยุทธ์ด้านราคาขาย การบริหารจัดการต้นทุน รวมถึงปัจจัยจากต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง
ขณะเดียวกัน บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น แม้จะเผชิญกับสภาวะต้นทุนที่ผันผวนในอดีต อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานได้รับผลกระทบบางส่วนจากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ ตามความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยบริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ในระดับที่มั่นคง ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุกและการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้มีประสิทธิผลสูงสุด โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการขยายรายได้และการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
สำหรับไตรมาส 1/69 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,509.22 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายและบริการในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่ชะลอตัวตามปัจจัยด้านฤดูกาลของธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งไตรมาส 1 โดยทั่วไปเป็นช่วง Low Season อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพของรายได้ได้ดี ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในหลายภูมิภาค และบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 59.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 21.70% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์กะทิในภูมิภาคอเมริกา เนื่องจากการปรับกลยุทธ์ด้านราคาขาย (Pricing Strategy) ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงปัจจัยต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการขายและบริการสำหรับไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 22.56% เพิ่มขึ้นจาก 17.99% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นจาก 20.22% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการทำกำไรที่ดี ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ด้านราคาขาย (Pricing Strategy) ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด และการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงจากต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ปริมาณการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นช่วยสนับสนุน Economy of Scale และ Operating Efficiency ให้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยยังคงบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การจัดหาวัตถุดิบ และต้นทุนการผลิตอย่างรอบคอบ เพื่อรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
“บริษัทยังคงเดินหน้าขยายตลาดในภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกา พร้อมทั้งลงทุนผ่านบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อ NOVOCOCONUT INC. เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ให้รองรับการเติบโตในระยะยาว โดยคาดว่า โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุน การกระจายตลาดและฐานลูกค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน”
******************************



