ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดเผยว่า ผลการรดำเนินงานของบริษัทงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 205.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.24% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนงวดไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 122.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 48.61% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งการเติบโตของกำไรดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ตามการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาและยุโรป ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่ลดลง และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขายไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นยังมีส่วนสนับสนุนให้อัตรากำไรโดยรวมปรับตัวดีขึ้น

                สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 3,214.33 ล้านบาท โดยมี ายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโต โดยรายได้จากการขายและบริการสามารถแบ่งตามตลาดในประเทศและต่างประเทศได้ และมีรายได้จากการขายและบริการสำหรับไตรมาส 2/69  เท่ากับ 1,726.93 ล้านบาท โดยรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงปรับตัวเพิ่มขึ้น จากคำสั่งซื้อของลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว

                ขณะที่มีอัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการขายและบริการสำหรับไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 24.14% เพิ่มขึ้นจาก 17.10% ในไตรมาสจากช่วงวเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจาก 22.56% ในไตรมาสก่อนหน้า และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 23.41% เพิ่มขึ้นจาก 17.51% ในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคอเมริกาและยุโรป จากการบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ปริมาณการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นช่วยสนับสนุน Economy of Scale และ Operating Efficiency ให้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น

                ทั้งนี้ บริษัทยังเห็นโอกาสการเติบโตจากแนวโน้มความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดต่างประเทศที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว รวมถึงการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของรายได้ในระยะยาว อีกทั้งบริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการวัตถุดิบ การกระจายฐานลูกค้าและตลาดส่งออก ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

                "บริษัทยังคงเดินหน้าขยายตลาดในภูมิภาคหลัก ได้แก่ อเมริกา ยุโรป และเอเชีย พร้อมทั้งลงทุนผ่านบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อ NOVOCOCONUT INC. เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ให้รองรับการเติบโตในระยะยาว โดยคาดว่า โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 อีกทั้งบริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุน การกระจายตลาดและฐานลูกค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน"

********************************