นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 บริษัทมีกำไรสุทธิ 63.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 49.01 ล้านบาท และมีรายได้รวม 779.76 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิ มาจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงิน นอกจากนี้ ความสามารถในการพยากรณ์ยอดขายที่แม่นยำร่วมกับการบริหารสินค้าและวัตถุดิบคงคลังที่มีประสิทธิภาพ เป็นอีกปัจจัยที่สะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัทในการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบ
สำหรับในปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ควบคู่กับการรักษาคุณภาพสินค้าและบริการ พร้อมเตรียมลงทุนเครื่องจักรมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท รวมถึงพิจารณาการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ขณะที่เงินส่วนที่เหลือจากการระดมทุนจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในช่วงปี 2569-71 เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของบริษัท
ขณะเดียวกัน บริษัทยังวางเป้าหมายเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมผลิตฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Film for Flexible Packaging) และก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนผ่านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% (Ready to Recycle) ตามพันธสัญญาระดับโลก
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมขยายตลาดต่างประเทศ อาทิ กลุ่มประเทศ CLMV ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย และตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้และขยายฐานลูกค้าในระยะยาว พร้อมเดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิตสู่ระบบกึ่งอัตโนมัติและระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดผลิตฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรของไทย โดยให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพ พร้อมพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลกที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% ตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวยาว
“บริษัทมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้ความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดของเสีย และประหยัดพลังงาน ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพบุคลากร และสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับลูกค้าและคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว”
******************************



