นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM เปิดเผยว่า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษา ด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ ระดับชั้นนำของประเทศไทย และภายใต้จุดเด่นที่ชัดเจนในการวางตำแหน่งของบริษัทเป็น “มินิมาร์ท อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งถือเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างความแตกต่างจากกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการประเภทเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สะท้อนถึงรูปแบบ Business Model ในการเป็น “โบรกเกอร์ อสังหาริมทรัพย์” แบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกกลุ่มเป้าหมายได้ทุกมิติ
ด้วยความโดดเด่นของบริษัทในการเลือกอสังหาริมทรัพย์พร้อมขาย ที่มุ่งเน้นความต้องการของตลาด ภายใต้การกระจายความเสี่ยงผ่านการบริหารโครงการที่หลากหลายทั้งในด้านประเภทที่อยู่อาศัยบ้าน และคอนโดมิเนียม รวมถึงทำเลที่ตั้ง ประกอบกับการสร้างอำนาจการต่อรองเพื่อควบคุมต้นทุน ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ผนวกกับกลยุทธ์การทำการตลาดผ่านเครือข่ายนายหน้าอิสระขนาดใหญ่ ด้วยค่าตอบแทน Margin-Based Commission ทำให้นายหน้าอิสระสามารถปรับกลยุทธ์การขายและการตลาดได้ตรงต่อความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ MMM สามารถปิดการขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้ดี และมีแนวโน้มต่อยอดการเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงมีศักยภาพในการทำกำไรในระดับสูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง 6 ไตรมาสติดต่อกันตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน
“MMM เป็นบริษัทแรกในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ที่ก้าวสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ตอกย้ำถึงศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุน จำนวน 287.10 ล้านบาท จากการเสนอขายหุ้นสามัญทั่วไป (PO) จำนวนไม่เกิน 64.2 ล้านหุ้นในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปต่อยอดธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ถือหุ้น และนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในหุ้น MMM”
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ระดมทุนแล้วเสร็จ บริษัทเตรียมขยายพอร์ตธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) บริหารงานขายโครงการ (BU2) บริการแบบ Hybrid รวมถึงการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการซื้อขาย (BU3) และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและพัฒนาโครงการในอนาคต ซึ่งถือเป็นโอกาสในการขยายพอร์ตโครงการที่หลากหลายมากขึ้น ผ่านทั้ง 3 รูปแบบการให้บริการ ที่จะสามารถต่อยอดการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
ขณะที่มุมมองของนักวิเคราะห์ โดย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ระบุว่า MMM เป็นตัวแทนขายอสังหาฯ รูปแบบใหม่ มีต้นทุนต่ำ ใช้เงินลงทุนน้อย มีความเสี่ยงต่ำ โดยเป็นตัวกลาง ไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุน และความเสี่ยงจากการพัฒนาเลือกทรัพย์ที่สร้างเสร็จแล้ว พร้อมทำการตลาดได้ทันที และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องสูง สร้างรายได้ได้ทันที ไม่ต้องรอการพัฒนา ศักยภาพการทำกำไรโดดเด่น จึงมองว่า Business Model นี้สร้างผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดการณ์การเติบโตของ MMM ว่าจะมีรายได้และกำไรเติบโตเฉลี่ย 3 ปี ได้ที่ระดับ 51-52% (2568-70) จะมาจากการเติบโตของกลุ่ม BU1 และ BU2 ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยอยู่ที่ 22% ต่อปี และ ROE ระดับสูงmuj 21.6% ซึ่งมีความโดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม โดยประเมินราคาเหมาะสมที่หุ้นละ 10 บาท ณ สิ้นปี 2569 อิง PE ที่ 13.3 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย PE หุ้นอสังหาฯ ขนาดกลางถึงเล็กในไทย สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตรายได้ และกำไรในอนาคต
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเหมาะสมที่หุ้นละ 10 บาท ณ สิ้นปี 2569 โดยมองว่า ปัจจุบันยังไม่มีคู่เทียบบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ใกล้เคียงกับ MMM โดยมองว่า บริษัทควรเทรดใกล้เคียงระดับ PER กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่ปัจจุบันเทรดราว 14 เท่า เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการเติบโต โดยมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นภายหลัง PO ตามกลยุทธ์การขยายเครือข่ายและ Portfolio มากขึ้น โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ ปี 2568 ที่ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% จากปีก่อน และปี 2569 ที่ 214 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน
**********************



