บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER กำลังอยู่ในความสนใจของนักลงทุน หลังนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น โดยประเมินราคาเป้าหมายในกรอบ 5.00-5.40 บาทต่อหุ้น และยังคงให้คำแนะนำ “ซื้อ” โดยคาดการณ์เงินปันผลทั้งปีที่ระดับ 6.6% หลังประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 เริ่มฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ตามราคาขายยางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ปริมาณขายยังถูกกดดันจากปัญหาภัยแล้ง ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น NER ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 5.40 บาทต่อหุ้น โดยคาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/69 ที่ 327 ล้านบาท คาดมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 10 ล้านบาท กำไรปกติคาดที่ 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากไตรมาสก่อน ดีกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้าว่าจะลดลง เนื่องจากราคาขายที่ฟื้นตัวเร็วกว่าที่บริษัทเคยให้คำแนะนำไว้ว่าจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนเพียงเล็กน้อย แต่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นถึง 11-15% จากไตรมาสก่อน ส่วนปริมาณขายคาดทรงตัวที่ 110,000 ตัน คาดรายได้ที่ 7,150 ล้านบาท
ขณะที่ราคาขายที่สูงขึ้นช่วยหนุน GPM เพิ่มขึ้นจาก 8.6% ในไตรมาส 1/69 เป็น 9.5% ในไตรมาส 2/69 นอกจากนี้ ในงวดไตรมาส 3/69 คาดกำไรเติบโตได้ทั้ง ไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายที่มีโอกาสสูงถึงระดับ 70 บาท/กก. และคาดว่า งวดไตรมาสา 4/69 มีโอกาสเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี แม้จะปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 4% แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง 5 เท่า และคาดเงินปันผลทั้งปีให้ผลตอบแทน 6.6%
บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท โดยคาดการดำเนินงานไตรมาส 2/69 จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แม้ปริมาณขายจะลดลง แต่ได้ส่วนช่วยจากราคาขายเพิ่มขึ้น คาดยอดขาย 7,150 ล้านบาท ภายใต้ปริมาณขาย 110,000 ตัน และราคาขายเฉลี่ย 65 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 10% คาดกำไรปกติอยู่ที่ 407 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 387 ล้านบาท โดยยังคงประมาณการเดิม เนื่องจากคาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะได้ผลบวกจากราคาขายที่เร่งตัวขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 5.05 บาท โดยระบุว่า NER จะเริ่มเห็นผลดีจากราคายางพาราที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และคาดผลประกอบการไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 361 ล้านบาท จากราคาขายที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน ขณะที่มองว่า ครึ่งปีหลังจะได้รับผลดีจากราคายางพาราที่อยู่ในระดับสูงมากขึ้น จึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้ที่ 1,555 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 5.00 บาท โดยประเมินกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 445 ล้านบาท แม้กำไรปกติจะกลับมาฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แต่ภาพรวมยังต่ำกว่าคาดจากปริมาณขายชะลอ โดยรายได้อ่อนตัวจากผลกระทบภัยแล้งและส่งออกลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยดีขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ไตรมาส 3/69 เบื้องต้นประเมินกำไรปกติมีโอกาสดีขึ้น ทั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้ปัจจัยหนุนจากราคายางสูงขึ้น แต่ยังคงมุมมองระมัดระวังจากสถานการณ์ Super El Niño และการแข่งขันตลาดส่งออก
*****************************



