back to top
วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 11, 2026
Newspaper WordPress Theme
หุ้นมีประเด็นสแกนหุ้นน้องใหม่  MMM เคาะเป้า 10.40 บ./หุ้น

สแกนหุ้นน้องใหม่  MMM เคาะเป้า 10.40 บ./หุ้น

              บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM หนึ่งในผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่  ที่ปรึกษางานขายโครงการแบบตัวแทนจำหน่าย แต่เพียงผู้เดียว (BU1) การบริหารงานขายโครงการพร้อมรับประกันการขาย (BU2) รวมทั้งสัญญาการให้บริการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) ซึ่งเป็นการรวมรูปแบบ BU1 และ BU2 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารงานขาย และการซื้อ ปรับปรุง และจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพ (BU3) โดยบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (PO) จำนวนไม่เกิน 64,200,000 หุ้น หรือคิดเป็น 21.40% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท

                สำหรับการเข้าระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการขยายธุรกิจ เพื่อวางเป็นเงินประกันสัญญาในธุรกิจการให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU2) และสัญญาการให้บริการบริหารงานขายโครงการ (BU2) รวมทั้งสัญญาการให้บริการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) อีกทั้งยังใช้เพื่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในธุรกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3) และส่วนที่เหลือเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรองรับการขยายธุรกิจ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการเป็นที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

                “MMM มีโมเดลธุรกิจที่โดดเด่นแตกต่างจากธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน ภายใต้โมเดลธุรกิจที่ขยายตัวได้รวดเร็ว สร้างผลตอบแทนสูง ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำ โดยมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยง ผ่านการบริหารโครงการหลากหลายประเภทและทำเล พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด และเครือข่ายเอเจนต์อิสระขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นภายใต้ Business Model ดังกล่าว จะส่งผลให้ บริษัทฯ สร้างผลการดำเนินงานได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ”

                ขณะที่มุมมองจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินราคาเหมาะสมของหุ้น MMM ไว้ที่ระดับ 10.00-10.40 บาทต่อหุ้น   

*** มุมมองนักวิเคราะห์

                นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเหมาะสมหุ้น MMM ที่ 10.40 บาท อิง P/E ที่ 13 เท่า ในปี 2569 คิดเป็น PEG ที่ 0.26 เท่า จากปัจจัยบวกคือ การขยายพอร์ตอสังหาฯ ที่มีความต้องการสูง  เครือข่ายนายหน้าอิสระที่ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ และมูลค่าพอร์ตอสังหาฯ ที่ขยายตัวแบบทวีคูณ พร้อมทั้งได้คาดการณ์กำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 57.6% ในช่วงปี 2567-70 ซึ่งได้แรงหนุนจากการขยายตัวของสต็อกอสังหาฯ ณ สิ้นไตรมาส 2/68 ที่มีอยู่ในมือ 808 ยูนิต และจำนวนนายหน้าอิสระที่เพี่มขึ้น

                ขณะที่นักวิเคระห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเหมาะสมที่ 10 บาท อิง PE ที่ 13.3 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย PE หุ้นอสังหาฯ ขนาดกลางถึงเล็กในไทย รวมถึงหุ้นลักษณะใกล้เคียงกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เวียดนามและสิงคโปร์ สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตรายได้ และกำไรในอนาคต  ซึ่งคาดว่าจะดีกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ส่วนสถานะการเงินคาดว่าจะมีความแข็งแกร่ง มีทุนวางเงินประกันเพื่อขยายธุรกิจเพิ่มเติม ขณะที่มีการจ่ายเงินปันผลทุกไตรมาสตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ เมื่อ 18 ธันวาคม 2566  และด้วยการเป็นตัวแทนขายอสังหาฯ รูปแบบใหม่มีต้นทุนต่ำ แต่ให้อัตรากำไรสูง และมี Business Model ที่สร้างผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง

                ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินราคาเหมาะสมที่หุ้นละ 10 บาท เทียบกับ P/E ของหุ้นในหมวดอสังหาริมทรัพย์ (PROP) ทั้งใน SET ที่มีค่า P/E 13 เท่า และในตลาดหลักทรัพย์ mai โดย PRI อยู่ที่ 8.1 เท่า BKA อยู่ที่ 9 เท่า JAK อยู่ที่ 10.1 เท่า และ TITLE อยู่ที่ 33.2 เท่า โดยใช้ Prospective P/E ที่ระดับ 13.5 เท่า ทั้งนี้ ประเมินกำไรสุทธิต่อหุ้นในปี 2569 ราว 0.74 บาท พร้อมทั้งประเมินการเติบโตของรายได้จากการบริการในปี 2568-69 ที่ราว 804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124% และ 1,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ระหว่างปี 2567-69 เท่ากับ 44% ต่อปี โดยใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในปี 2568E ที่ระดับ 45% ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิ ในช่วงปี 2568-69E ที่ราว 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% และ 219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากปีก่อน ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ระหว่างปี 2567-69 เท่ากับ 39% ต่อปี

                ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเหมาะสมที่ 10 บาท โดยเปรียบเทียบกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างจากลักษณะธุรกิจของบริษัทที่ใกล้เคียงและพึ่งพิงกับอุตสาหกรรมดังกล่าว ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีคู่เทียบบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ใกล้เคียงกับ MMM จึงมองว่าบริษัทควรเทรดใกล้เคียงระดับ PER กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่ปัจจุบันเทรดราว 14 เท่า เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการเติบโต โดยมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นภายหลัง PO ตามกลยุทธ์การขยายเครือข่ายและ portfolio มากขึ้น โดยคาดการณ์กำไรสุทธิ ปี 2568 ที่ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% และปี 2569 ที่ 214 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน

*********************

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

Exclusive content

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

More article

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme