back to top
วันศุกร์, มิถุนายน 12, 2026
Newspaper WordPress Theme
ทิศทองคำทิศทางทองคำภายใต้นโยบาย "เควิน วอร์ช"

ทิศทางทองคำภายใต้นโยบาย “เควิน วอร์ช”

                นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (CAP GOLD) เปิดเผยว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ จากการเข้ารับตำแหน่งของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ โดยอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดทองคำทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติรับรองด้วยคะแนน 54 ต่อ 45 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง  ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และราคาทองคำ

                การเข้ามาดำรงตำแหน่งของ เควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่ เป็นที่จับตามองว่าจะสามารถรักษาความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสัญญาณขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนพลังงานก็ทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ความขัดแย้งกับประเทศอิหร่าน จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดจำเป็นต้องกลับไปใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด หากอัตราเงินเฟ้อมีสัญญาณเร่งตัวขึ้น และเควิน วอร์ช เลือกดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์สหรัฐฯ และ Bond Yield ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น”

                นอกจากนี้ เควิน วอร์ช ยังได้ส่งสัญญาณสนับสนุนการลดขนาดงบดุลของเฟด ปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ราว 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงอาจมีการปรับลดการสื่อสารเชิงคาดการณ์  เช่น การเผยแพร่ประมาณการอัตราดอกเบี้ยรายไตรมาส (Dot Plot) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินทั่วโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย

                สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า ราคาทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงตัดสินสำคัญว่าจะฟื้นตัวขึ้นหรือปรับฐานลงลึก โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,480 เหรียญ (ราคาทองคำไทยประมาณ 69,400 +/- บาท) หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะมีแรงรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,600 และ 4,640 เหรียญตามลำดับ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,900-71,600 บาท) หากหลุด 4,480 เหรียญ อาจเห็นแรงขายกลับมากดดันลงสู่โซน 4,430-4,400 เหรียญ (ราคาทองคำไทย ประมาณ 69,000–68,700 บาท) ดังนั้น จึงแนะรอจังหวะทยอยซื้อโซนแนวรับเพื่อเล่นรอบรีบาวด์

***********************************

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

Exclusive content

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme

More article

- Advertisement -Newspaper WordPress Theme