ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้น เมื่อมองจากปัจจัยรอบด้าน ณ ขณะนี้ ยังค่อนข้างผันผวนในทิศทางขาลง ดัชนีฯ ยังยืนอยู่แค่ระดับ 1,250-1,260 ไปไหนได้ไม่ไกลเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งนั่นเป็นโจทย์ใหญ่ที่หน่วยงานในการกำกับดูแลต้องหาทางแก้ไข และพัฒนาให้ตลาดทุนไทยก้าวข้ามข้อจำกัดที่มีอยู่ให้ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การลงทุนในตลาดหุ้นไม่ใช่มองแค่ภาพรวมของดัชนีฯ เพียงอย่างเดียว เพราะบริษัทจดทะเทียนในตลาดหุ้นนั้น ยังมีเรื่องราวที่เป็นประเด็นบวกเฉพาะตัวที่น่าสนใจให้ชวนติดตามเช่นกัน

*** PTG เคาะเป้า 10 บาท/หุ้น
หุ้น PTG บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หุ้นกลุ่มพลังงานที่กลับเติบโตได้อย่างโดดเด่นในธุรกิจ Non-Oil สามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลการดำเนินงสานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย “พิทักษ์ รัชกิจประการ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ย้ำถึงแผนการดำเนินธุรกิจ ยังคงเป้าหมายการเติบโตของปริมาณการขายน้ำมันปีนที่ 2568 ที่ 1-3% ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil คาดปริมาณการขายเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้าน “กาแฟพันธุ์ไทย” ที่ตั้งเป้า 1,947 สาขา ปัจจุบันทำได้แล้ว 1,885 สาขา พร้อมปรับเพิ่มเป้ายอดขาย Non-Oil เป็นเติบโต 50-60% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่ม Non-Oil ขยับขึ้นเป็น 35-40% พร้อมคงเป้าการเติบโตของ EBITDA ปีนี้ไว้ที่ 8-12% ซึ่งไม่น่าพลาดเป้า เพราะพิสูจน์มาแล้วจากผลานในงวดครึ่งปีแรก ขณะที่โบรกฯ จาก บล.กรุงศรี มองหุ้น PTG เป็นหนึ่งในหุ้น top picks และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ ราคาเป้าหมายที่หุ้นละ 10.00 บาท

*** TACC ราคาเหมาะสมที่ 6.70 บาท
บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC การันตผลงานโดยผู้บริหาร “ชัชชวี วัฒนสุข” ประธานกรรมการบริหาร มั่นใจรายได้รวมทั้งปีนี้ ทะลุ 2,000 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ตามเป้า ต่อเนื่องจากผลงานครึ่งปีแรกและสดใสต่อเนื่องไปยังครึ่งปีหลัง ปัจจัยบวกมาจากแนวโน้มผลประกอบการที่ยังเห็นการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายให้กับร้านกาแฟพันธ์ไทยที่มีการขยายสาขาอย่างมาก ขณะที่ยอดขายของกลุ่ม 7-11 ยังเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุนในธุรกิจอื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตได้อีกทาง จึงนับเป็นหุ้นที่น่าสนใจในแง่ของการเติบโตทางธุรกิจ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก บล.พาย มองปัจจัยเด่นอีกประการคือ ผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดผลตอบแทนทั้งปีสูงถึงระดับ 10% พร้อมให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่หุ้นละ 6.70 บาท

*** SNNP ราคาเป้าหมาย 8.70 บาท
SNNP บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ “เบนโตะ” และ “เจเล่” โดย “วิโรจน์ วชิรเดชกุล” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ ยืดอกสารภาพถึงผลงานทั้งปีนี้ รายได้อาจไม่เข้าเป้า หรือแค่ทรงตัวจากปีก่อน แม้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งยอดขายในร้าน 7-Eleven ที่ปรับตัวลดลง แม้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมายอดขายสามารถเติบโตได้ 2% แต่มั่นใจหลังสถานการณ์คลี่คลาย คาดกำลังกลับมาซื้อฟื้นตัวได้ภายในช่วงต้นปีหน้า โดยตั้งเป้าปี 2569 รายได้โต 5-9% รับยอดขายต่างประเทศพ่ง พร้อมเล็งจับมือแบรนด์ระดับโลก ร่วมทำกิจกรรมกระตุ้นตลาด แน่นอนว่า กรณีนี้ย่อมใส่งผลไปถึงราคาหุ้นในกระดานให้ขาดเสน่ห์ลงไปบ้าง แต่ความน่าสนใจของหุ้น SNNP อยู่ที่อัตราการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงและสม่ำเสมอ โบรกฯ จาก บล.ทิสโก้ แนะนำ “ถือ” เพื่อการลงทุน ให้ราคาเป้าหมายที่ 8.70 บาทต่อหุ้น

*** ORN มูลค่าพื้นฐาน 0.76 บาท
หุ้นอสังหาฯ อย่าง ORN บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) มีพัฒนาการที่น่าจับตา “อรรคเดช อุดมศิริธำรง” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) เดินหน้าในธุรกิจย่อย เพื่อเสริมการเติบโตอย่างมั่นคง โดยโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand เตรียมเปิดรับนักเรียนสำหรับปีการศึกษาใหม่ ขณะที่โครงการคอมมูนิตี้มอลล์ THE BACKYARD มีร้านค้าเช่าแล้วกว่า 70% พร้อมเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2569 ส่วนธุรกิจอสังหาฯ ถือว่าเป็น “ขาใหญ่” ในจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต มีโครงการทั้งแนวราบและแนวสูงที่ยังเติบโตอยู่ในระดับที่ดี สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติในทุกเซกเมนต์ได้อย่างครอบคลุม ทั้งยังสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น อวดผลงานงวด 9 เดือน ปี 2568 มีรายได้ 1,418.57 ล้านบาท กำไรสุทธิ 134.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.24% ปัจจุบันมี Backlog ที่รอรับรู้รายได้อีกกว่า 2,603 ล้านบาท เข้าตาโบรกฯ บล.ฟิลลิป ที่ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาพื้นฐานที่ 0.76 บาทต่อหุ้น
********************************



