นายก้องกิต โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP ผู้ให้บริการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ครบวงจร ผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพและไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียนมวามพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โดยวัตถุประสงค์ของการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพและการบริหารจัดการกากอินทรีย์ และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือการต่อยอดบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปัจจุบันของ TEBP และเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน รวมถึงเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน
“การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ทำให้บริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่ง เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการพลังงานสะอาด เพื่อใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล และสอดคล้องกับนโยบายของประเทศที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ในส่วนธุรกิจบริหารจัดการกากอินทรีย์ หรือ OWM ทาง TEBP มีการลงทุนเพื่อขยายปริมาณรับบริหารจัดการกากอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง โมเดลธุรกิจของของ TEBP สามารถตอบโจทย์ด้านการลดผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งของตนเองและของลูกค้า รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน พร้อมกับสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ โดยการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ TEBP ก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านธุรกิจผลิตพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์อย่างครบวงจรของประเทศไทย รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต”

สำหรับ TEBP ประกอบธุรกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจรับบริหารจัดการกากอินทรีย์แบบครบวงจร (OWM) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ (Biogas) และธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ โดยผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565-67) บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 188.41 ล้านบาท, 221.28 ล้านบาท และ 251.01 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 24.76 ล้านบาท 76.90 ล้านบาท และ 68.35 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนงวดบัญชี 6 เดือนปี 2568 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2568 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 166.03 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 44.37 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานของ TEBP มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากธุรกิจรับบริหารจัดการกากอินทรีย์และธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการให้บริการและการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ตามโครงการลงทุนของ TEBP ที่มีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน TEBP มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 225 ล้านบาท (ณ วันที่ 30 เมษายน 2568) มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี

ด้านนางรัชดา เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน(ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ TEBP เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 90 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดย TEBP จำนวนไม่เกิน 75 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมจำนวนไม่เกิน 15 ล้านหุ้น รวมทั้งหมดไม่เกิน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของ TEBP ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO และจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ( mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร และคาดว่าจะเข้าเทรดได้ภายในต้นปี 2569
“TEBP เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ทิศทางการใช้พลังงานสะอาดของลูกค้า และสอดรับกับนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจอื่นๆ ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจรับบริหารจัดการกากอินทรีย์อย่างครบวงจร การผลิตก๊าซชีวภาพ และการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ทำให้ TEBP เป็นบริษัทที่มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศไทย การเข้าระดมทุนในตลาด mai จะเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยเสริมฐานทุน และเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นางรัชดา กล่าว
*************************



